ผลการค้นหา

รวมทั้งหมด 1874 รายการ

2563-CMI-BMKP_แผ่นที่หมู่แม่ขะปูเปียง (แก้).jpg

รูปภาพ (3,197.40 KB)

ขวานเหล็ก.jpg

รูปภาพ (2,721.10 KB)

“ขวาน” หรือ “โป้ฮู้” เป็นอาวุธของม้าทรง ใช้ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ในขณะประทับทรง พิธีการแสดงอิทธิฤทธิ์เรียกว่า “ต้าวเลายัวะ” หรือ “เฮี่ยนสินถ้อง” การต้าวเลายัวะ จะกระทำเมื่อศาลเจ้ามีพิธีกรรมสำคัญ เช่น ป้างเอี๋ย โข้กู้น เป็นต้น การต้าวเลายัวะ จะมี “ฮ้วดกั๊ว” คอยบริกรรมคาถาอยู่โดยรอบ ปากบริกรรมคาถา มือโบกสะบัดด้วย “อ่อเหล่ง” และ “ซัดเอี่ยมบี้” เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายพิธีกรรมและขจัดความเจ็บปวดออกไปด้วย การแสดงอิทธิฤทธิ์โดยการจามขวานลงกลางหลังจำนวนหลายครั้งติดต่อกันต่อหนึ่งยก “แปะกุ่ย” ผู้อาวุโส ให้ข้อมูลว่า หากร่างไม่ดูแลอาวุธหรือ เครื่องมือให้อยู่ในสภาพดี ก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุกับผู้เข้าชมได้ กรณีหัวขวานหลุดจากด้ามที่ทำด้วยไม้ เพราะไม่สลักใบขวานกับด้ามให้มีความแน่นหนา

ดาบเหล็ก.jpg

รูปภาพ (2,538.22 KB)

“กระบี่” หรือ “โป้เกี๋ยม” เป็นอาวุธของม้าทรง ใช้ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ในขณะประทับทรง การแสดงอิทธิฤทธิ์เรียกว่า “ต้าวเลายัวะ” หรือ “เฮี่ยนสินถ้อง” การต้าวเลายัวะกระทำเมื่อศาลเจ้ามีพิธีกรรมสำคัญ เช่น ป้างเอี๋ย โข้กู้น เป็นต้น การต้าวเลายัวะจะมี “ฮ้วดกั๊ว” คอยบริกรรมคาถาอยู่โดยรอบ ปากบริกรรมคาถา มือโบกสะบัดด้วย “อ่อเหล่ง” และ “ซัดเอี่ยมบี้” เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายพิธีกรรม และขจัดความเจ็บปวดออกไปด้วย การแสดงอิทธิฤทธิ์โดยการฟันกระบี่ลงกลางหลังจำนวนหลายครั้งติดต่อกันต่อหนึ่งยก “แปะกุ่ย” ผู้อาวุโสของศาลเจ้า เล่าว่า กระบี่ทั้ง 3 เล่ม ผ่านการใช้ เพื่อการแสดงอิทธิฤทธิ์หรืออภินิหารขององค์พระที่ประทับ ในร่างทรงแล้วทั้งสิ้น ความแตกต่างของดาบทั้ง 3 เล่ม คือ “ความประณีต” กล่าวคือ ดาบเล่มที่ 1 และ 3 (จากบนลงล่าง) หากสังเกตที่โกร่งดาบ กับ ด้ามจับ พบว่า เป็นการตีและขึ้นรูป ด้วยฝีมือที่ไม่ประณีต ดาบเล่มที่ 2 (เล่มกลาง) ได้มาจาก “การหล่อ” โดยโรงหล่อที่ผลิตเครื่องมือการทำเหมือง บริเวณถนนบางกอก (ในอดีต) “โกกุย” นายบุญกุย แซ่คลิ้ง คือ ผู้หล่อดาบเล่มนี้

ดาบเหล็ก.jpg

รูปภาพ (2,708.10 KB)

“กระบี่” หรือ “โป้เกี๋ยม” เป็นอาวุธของม้าทรง ใช้ในการแสดงอิทธิฤทธิ์ในขณะประทับทรง การแสดงอิทธิฤทธิ์เรียกว่า “ต้าวเลายัวะ” หรือ “เฮี่ยนสินถ้อง” การต้าวเลายัวะกระทำเมื่อศาลเจ้ามีพิธีกรรมสำคัญ เช่น ป้างเอี๋ย โข้กู้น เป็นต้น การต้าวเลายัวะจะมี “ฮ้วดกั๊ว” คอยบริกรรมคาถาอยู่โดยรอบ ปากบริกรรมคาถา มือโบกสะบัดด้วย “อ่อเหล่ง” และ “ซัดเอี่ยมบี้” เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายพิธีกรรม และขจัดความเจ็บปวดออกไปด้วย การแสดงอิทธิฤทธิ์โดยการฟันกระบี่ลงกลางหลังจำนวนหลายครั้งติดต่อกันต่อหนึ่งยก “แปะกุ่ย” ผู้อาวุโสของศาลเจ้า เล่าว่า กระบี่ทั้ง 3 เล่ม ผ่านการใช้ เพื่อการแสดงอิทธิฤทธิ์หรืออภินิหารขององค์พระที่ประทับ ในร่างทรงแล้วทั้งสิ้น ความแตกต่างของดาบทั้ง 3 เล่ม คือ “ความประณีต” กล่าวคือ ดาบเล่มที่ 1 และ 3 (จากบนลงล่าง) หากสังเกตที่โกร่งดาบ กับ ด้ามจับ พบว่า เป็นการตีและขึ้นรูป ด้วยฝีมือที่ไม่ประณีต ดาบเล่มที่ 2 (เล่มกลาง) ได้มาจาก “การหล่อ” โดยโรงหล่อที่ผลิตเครื่องมือการทำเหมือง บริเวณถนนบางกอก (ในอดีต) “โกกุย” นายบุญกุย แซ่คลิ้ง คือ ผู้หล่อดาบเล่มนี้

ดาบอัศวิน.jpg

รูปภาพ (2,667.41 KB)

“ดาบอัศวิน” ใช้เพื่อการแสดงอิทธิฤทธิ์หรืออภินิหารของร่างทรง เรียกว่า “เต้าเลายัวะ” ซึ่งจะกระทำเมื่อศาลเจ้ามีพิธีกรรมสำคัญ เช่น ป้างเอี๋ย โข้กู้น เป็นต้น การต้าวเลายัวะจะมี “ฮ้วดกั๊ว” คอยบริกรรมคาถาอยู่โดยรอบ ปากบริกรรมคาถา มือโบกสะบัดด้วย “อ่อเหล่ง” และ “ซัดเอี่ยมบี้” เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายเข้ามาทำลายพิธีกรรม และขจัดความเจ็บปวดออกไปด้วย การแสดงอิทธิฤทธิ์โดยการฟันกระบี่ลงกลางหลังจำนวนหลายครั้งติดต่อกันต่อหนึ่งยก ดาบอัศวินที่ปรากฏในภาพ เดิมมีความยาวถึงบริเวณส่วนก้น ของร่างทรง เมื่อร่างทรงใช้ดาบเล่มนี้เพื่อแสดงอิทธิฤทธิ์ คมดาบไม่โดนบริเวณแผ่นหลัง ดังนั้นจึงมีการตัดและเจียรดาบให้ดาบสั้น พอดีกับแผ่นหลังของร่างทรง กระทั่งดาบมีความยาวดังที่ปรากฎ