เรื่องเล่าชุมชน |

วัดโบสถ์, จ. ราชบุรี 10 มิ.ย. 64

เอกสารลาวเวียงในโพธาราม

ชุมชนลาวเวียงในโพธาราม

          ชาวไทยลาวเวียง หรือกลุ่มชนชาวลาวตี้ในจังหวัดราชบุรี คือ ชนชาติลาวกลุ่มหนึ่งที่มีเชื้อสายลาวเวียงจันทน์จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เหตุผลหนึ่งที่เรียกคนกลุ่มนี้ว่า "ลาวตี้" นั้น เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักลงท้ายคำพูดในเวลาพูดว่า “ตี้” การเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยของกลุ่มคนลาวเวียงเริ่มขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี แต่ไม่ปรากฏว่าเข้ามาใน พ.ศ. ใด ทราบแต่เพียงว่าเป็นช่วงที่พม่ามีอำนาจในการปกครองเวียนจันทน์ ชนเวียงจันทน์และหัวเมืองลาวใกล้เคียงต่างลี้ภัยอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ที่เมืองนครราชสีมา พระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราชทรงอนุญาตให้ชาวลาวอพยพดังกล่าวเข้าพักพิงตั้งบ้านเรือนที่สระบุรี

           ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ได้โปรดฯให้ยกกองทัพไปปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์ และกวาดต้อนครัวลาวเวียงจันทน์มาอยู่ในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ชาวลาวเวียงจันทน์บางส่วนถูกกวาดต้อนมาอยู่ในราชบุรีด้วย ชาวลาวเวียงหรือลาวตี้ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น จนกระทั่งในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เลิกทาส บรรดาเชลยลาวทั้งหลายในจังหวัดราชบุรีจึงมีอิสระในการตั้งบ้านเรือน และทำมาหากินโดยแยกย้ายไปตามที่ต่าง ๆ โดยแบ่งเป็น 2 สายใหญ่ ได้แก่ สายทิศตะวันตกจากบริเวณเขาแร้งไปอำเภอจอมบึง โดยตั้งฐานอยู่ในบริเวณต่าง ๆ เช่น บ้านนาสมอ บ้านสูงเนิน บ้านทำเนียบ บ้านเกาะ บ้านหนองบ้านเก่า บ้านวังมะเดื่อ เป็นต้น สายที่สองขยายมาทางทิศตะวันออก จากบริเวณวัดพญาไม้ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณต่าง ๆ เช่น หมู่บ้านในตำบลนางแก้ว บ้านวัดบ้านฆ้อง หมู่บ้านตำบลบ้านเลือก ตำบลบ้านสิงห์ บ้านหนองรี ในอำเภอโพธารามปัจจุบันและหมู่บ้านดอนเสลา หมู่บ้านหนองปลาดุก ในเขตอำเภอบ้านโป่ง ปัจจุบันนี้ชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนหรืออพยพมาจากนครเวียงจันทน์ได้ตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ในแผ่นดินไทย มีลูกหลานสืบสายเลือดกันมาหลายช่วงอายุคน 

          วัดโบสถ์ ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นวัดเก่าแก่อายุเกือบ 200 ปี เริ่มตั้งแต่สมัยพระอธิการบุตตา ได้สร้างกุฏิและวางรากฐานอุโบสถตั้งแต่ปี พ.ศ. 2370 มีชาวบ้านรวม 3 หมู่บ้าน ร่วมกันทำบุญกุศลอยู่ที่วัด ที่เสนาสนะต่าง ๆ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ ศาลาเอนกประสงค์ ศาลาฌาปนสถาน ตลอดจนถาวรวัตถุภายในวัด 

          วัดโบสถ์นี้แต่เดิมคือ วัดบ้านเลือกเหนือ ซึ่งเป็นวัดคู่กับ วัดบ้านเลือกใต้ (วัดบ้านเลือก) ต่อมาหลวงปู่อินทร์ (พระครูประสาทสังวรกิจ) ได้สร้างอุโบสถขึ้นมาใหม่ เพื่อทำสังฆกรรมของพระภิกษุสงฆ์ในวัดบ้านเลือกเหนือ เนื่องจากอุโบสถใหม่นี้มีความวิจิตรงดงาม ผู้คนที่เข้ามาเห็นต่างเล่าลือบอกต่อ ๆ กันว่า ที่วัดแห่งนี้มีโบสถ์ที่สวยงามยิ่งนัก ต่อมาคนจึงเรียกว่า วัดโบสถ์งาม และกร่อนมา “วัดโบสถ์” มาจนถึงปัจจุบันนี้

          หลวงพ่อเขียนคือผู้นำชุมชนในการรังสรรค์ศาลาการเปรียญวัดโบสถ์ให้เป็นที่รวบรวมหนังสือต่างๆ รวมไปถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนจะพัฒนาเป็นหอวัฒนธรรมลาวเวียงแหล่งเรียนรู้ชุมชน ทำให้เป็นห้องสมุดมีชีวิตเพื่อให้บริการแก่เยาวชนและชาวบ้านในพื้นที่และชุมชนใกล้เคียง หอวัฒนธรรมลาวเวียงเกิดจากแนวคิดของ หลวงพ่อเขียนท่านเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ และศิลปวัตถุที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวลาวเวียงในชุมชนวัดโบสถ์

อาคาร 2 ชั้น ที่ตั้งหอวัฒนธรรมลาวเวียง


อย่างไรก็ตามหลวงพ่อเขียน ท่านยังมีสุขภาพที่แข็งแรงได้เล่าขานถึงความเป็นมาของชาวไทยลาวเวียงหรือกลุ่มชนชาวลาวตี้ ในเขตพื้นที่ ต.นางแก้ว วัดบ้านฆ้อง และต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ชนชาติลาวกลุ่มหนึ่งที่มีเชื้อสายลาวจากเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งถูกกวาดต้อนเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 200 ปีมาแล้ว ปัจจุบันนี้ คนลาวเวียงส่วนใหญ่ไม่ค่อยที่จะพูดภาษาของตนเอง เพราะรู้สึกอายในภาษา และสำเนียง ส่วนประเพณีที่น่าสนใจ และเป็นแบบอย่างในเรื่องความรัก ความสามัคคีของหมู่คณะ ความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ ได้แก่ ประเพณีสารทลาวเวียง ประเพณีนี้อยู่คู่กับชุมชนลาวเวียงมาตั้งแต่ก่อตั้งชุมชนได้เลยทีเดียวและยังนำมาปฏิบัติจนกระทั่งทุกวันนี้”


เอกสารโบราณภายในวัดโบสถ์

          เอกสารโบราณของวัดโบสถ์ถูกเก็บรักษาไว้ที่หอวัฒนธรรมลาวเวียงเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นชั้นเอนกประสงค์สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนและมีห้องสมุดสำหรับประชาชน ชั้น 2 เป็นโถงโล่ง มีพระพุทธรูปและมีรูปภาพของอดีตเจ้าอาวาส มีตู้เก็บคัมภีร์ 3 ตู้ และตู้กระจกเก็บคัมภีร์อีก 1 ตู้


ตู้คัมภีร์ใบลาน ตู้ที่ 1 และตู้ที่ 2


          จากการสำรวจพบว่า มีเอกสารโบราณประเภทใบลานอยู่ในตู้คัมภีร์ตู้แรกเต็มตู้ ตู้คัมภีร์ที่ 2 มีไม่มากนัก และตู้คัมภีร์ตู้ที่ 3 มีคัมภีร์ใบลานที่แตกผูกพลัดกระจัดกระจายเก็บไว้ในห่อผ้า ส่วนตู้กระจกมีคัมภีร์ใบลานที่ห่อผ้าไว้ประมาณ 20 มัด นอกจากนี้ยังพบเอกสารใบลานแบบใหม่ที่เป็นกระดาษ และภายในใช้ตัวพิมพ์อยู่อีก 1 ตู้คัมภีร์

          เอกสารคัมภีร์ใบลานในตู้กระจก มีผ้าห่อคัมภีร์รวมกันเป็นมัดไว้ประมาณ 15 มัด น่าจะมีคัมภีร์ใบลานราว ๆ 50-60 ผูก ผ้าห่อคัมภีร์ค่อนข้างเก่าและชำรุดเสียหาย มีทั้งผ้าห่อลายต่าง ๆ และผ้าห่อที่กรุด้วยไม้ไผ่ มีลวดลาย และสีสันค่อนข้างไปทางสีแดง


ตู้กระจก ด้านในมีคัมภีร์ใบลานห่อผ้าไว้ และตู้คัมภีร์ใบลานกระดาษตัวพิมพ์ ด้านขวามือ


          เนื่องจากวัดโบสถ์นี้เป็นชุมชนลาวเวียงที่ถูกกวาดต้อนได้อพยพลงมาและตั้งรกรากที่บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จึงพบเอกสารโบราณที่เขียนด้วยอักษรธรรมอีสาน หรืออักษรธรรมลาวเสียเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ยังพบอกสารโบราณที่เขียนด้วยอักษรขอมไทย และอักษรไทยแต่ไม่มาก เนื้อหาส่วนใหญ่ที่พบมักเป็นเรื่องพุทธศาสนาธรรมคดี เช่น พระเวสสันดรชาดกกัณฑ์ต่าง ๆ พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ หนังสือสวดมนต์ ทศชาติชาดก เป็นต้น
          นอกจากนี้ยังมีเรื่องเกี่ยวกับตำนานพระธาตุพนมซึ่งพบหลายสำนวนมาก สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดความนิยมในการสร้างธรรมคัมภีร์ใบลานเรื่องตำนานพระธาตุพนมในยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง คัมภีร์นี้มีขนาดไม่ยาวมาก ประมาณ 5-6 หน้าลานเท่านั้น สภาพของคัมภีร์ใบลานวัดโบสถ์ค่อนข้างเก่าและฝุ่นจับหนา มีบางส่วนที่ชำรุดและแตกผูกพลัดกระจัดกระจายไม่สามารถรวบรวมได้ก็มาก ส่วนสภาพที่สมบูรณ์และเกือบสมบูรณ์ชำรุดเล็กน้อย จากการสำรวจคาดคะเนน่าจะมีประมาณ 400– 450 ผูก ซึ่งถือว่าค่อนข้างมากแล้วสำหรับเอกสารโบราณที่หลงเหลืออยู่ที่วัดในปัจจุบันนี้
          เมื่อได้รื้อคัมภีร์ใบลานที่มีสภาพชำรุด แตกผูก มีขี้นกพบว่ายังมีคัมภีร์ใบลานที่สมบูรณ์เต็มผูกอีกหลายเรื่องซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่พบ นอกจากนี้คัมภีร์ใบลานที่อยู่ในตู้คัมภีร์ไม้หลังที่ 2 ก็พบคัมภีร์ใบลานที่ยังมีความสมบูรณ์อยู่มากซ่อนปะปนอยู่กับเศษใบลานที่พลัดหาเรื่องไม่ได้ และได้จัดการคัมภีร์ใบลานในตู้กระจกจนหมดเรียบร้อยดี

ผู้สร้าง: ศิริสาร เหมือนโพธิ์ทอง

เรื่องเล่าชุมชน

หมวดหมู่