เรื่องเล่าชุมชน |

บ้านนาตุ้ม, จ. แพร่ 7 มิ.ย. 64

เหล็กดีที่หนึ่งไม่มีสอง เหล็กลองเมืองแพร่

ฟากโน้นพ้นแนวเทือกเขาที่กั้นไว้เป็นส่วนของเมืองเขลางค์นคร เมื่อถึงเวลาทำพิธีเลี้ยงเปิดบ่อเหล็ก เจ้าผู้ครองนครลำปาง หรือเขลางค์นครก็จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดบ่อเหล็ก”

           เรามองตามนิ้วมือที่ชี้สูงไปยังเทือกเขาด้านหน้าของอาจารย์ภูเดช แสนสา นักวิชาการ ปราชญ์ชุมชนบ้านนาตุ้ม ต.บ่อเหล็กลอง อ.ลอง จ.แพร่

           อาจารย์ภูเดช เป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับพื้นที่โลหกรรมอย่างบ่อเหล็กเมืองลองมาอย่างยาวนานเชี่ยวชาญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ชุมชน และประวัติศาสตร์ล้านนา ความรู้เรื่องการโลหกรรมเหล็กในอดีต ตลอดจนความรู้ด้านประเพณีพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบ่อเหล็กเมืองลอง

           อาจารย์บอกกับเราเสมอว่า มีคำบ่าเก่าเพิ่นเล่าไว้ “เหล็กดีเหล็กเมืองลอง ตองดีตองพะเยา”

           คำกล่าวนี้เองได้ไขปริศนาแห่งการสร้างอาวุธโบราณว่า ทำไมนะคนล้านนาในอดีตถึงต้องดั้นด้นข้ามน้ำข้ามเขามาเอา “เหล็กเมืองลอง” ไปใช้ผลิตอาวุธกันอย่างแพร่หลายในเขตอาณาจักรล้านนา

           เมื่อค้นคำในความหมายจะพบว่า ถึงแม้ว่าในอดีตจะมีการขุดบ่อเหล็กในล้านนาขึ้นมาใช้หลายแห่ง อย่างเช่น บ่อเหล็กเมืองฮอด บ่อเหล็กเมืองแจม บ่อเหล็กเมืองเชียงแสน บ่อเหล็กเมืองอวน หรือบ่อเหล็กเมืองท่า แต่อย่างไรก็ตาม เหล็กสุดยอดที่ตามหาก็ต้องมาจากบ่อเหล็กที่ “เมืองลอง” เท่านั้น

           นั่นสิ แล้วทำไมต้องเหล็กเมืองลอง?

           ในยุคสมัยสังคมจารีตของชาวล้านนา เหล็กเมืองลองถือว่าเป็นเหล็กที่มีคุณภาพดี กล่าวกันว่าบ่อเหล็กเมืองลองเป็นบ่อเหล็กที่ใช้ทำศัสตราวุธสำหรับกษัตริย์ราชวงศ์ที่เรียกว่า “ดาบสรีกัญไชย” (พระขรรค์ชัยศรี ของชาวภาคกลาง) โดยวิธีการทำจะต้องคัดเลือกเอา เม็ดก้อนแร่เหล็กที่เกิดอยู่ภายในก้อนแร่เหล็กเมืองลองซึ่งหุ้มคล้ายตลับอยู่ภายนอกอีกชั้นหนึ่ง เรียกว่า“ม้อนเหล็กลอง” เมื่อเขย่าจะเกิดเสียงอยู่ภายใน มีสีเขียวคล้ายปีกแมลงทับ ช่างตีเหล็กจะนำมาตีผสมกับเหล็กปิว(เหล็กลองน้ำหนึ่งหลุมแรก) เป็นดาบสรีกัญไชยของกษัตริย์ ส่วนเหล็กปิวที่ไม่ตีผสมม้อนเหล็กลองใช้ทำอาวุธสำหรับเจ้าเมืองและขุนนาง

 

ดาบล้านนา

 

           ด้วยความที่เมืองลองมีการสืบทอดตระกูลช่างเหล็กมาหลายชั่วอายุคน เช่น ตระกูลช่างเหล็ก ตระกูลฟูเหล็ก เป็นต้น อาวุธที่ผลิตขึ้นในเมืองลองจึงถือกันว่าเป็นอาวุธชั้นหนึ่ง มีคุณสมบัติที่สนิมจะไม่กินเนื้อเหล็ก และมีความคมมาก หากเอาเส้นผมวางบนคมแล้วเป่า เส้นผมจะขาดออกจากกันทันที โดยเฉพาะเหล็กลองน้ำหนึ่งที่เรียกว่า “เหล็กปิว” ซึ่งจะมีความเหนียว หากตีเป็นดาบบางก็จะสามารถหักทบงอ หรือขดม้วนได้ แต่ถ้าตีเป็นดาบหนาก็จะสามารถตัดดาบเหล็กลองที่น้ำต่ำกว่า หรือดาบที่ทำจากเหล็กบ่ออื่น ๆ ได้

           เมืองลองว่าเหล็กคุณภาพดีแล้ว ช่างเหล็กยังมีคุณภาพดียิ่งกว่า

           คนเมืองลองยังคงความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างก้อนแร่เหล็กเมืองที่เรียกว่า “ตับเหล็ก” (อันนี้คนละตับเหล็กของกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2) ซึ่งมีความขลังอยู่ในตัว หากผู้ใดมีไว้ครอบครองก็จะอยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า หนังเหนียว คล้าย ๆ กับ “เหล็กไหล” ที่มีผู้คนต่างตามหาไม่เว้นแม้สุนทรภู่ในโคลงนิราศสุพรรณ

           ความศักดิ์สิทธิ์ของตับเหล็กเมืองลองเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาได้ปรากฏในค่าวฉลองคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ในตอนหนึ่งว่า

"...มีเจ็ดสิบสอง เหล็กลองกลมเกลี้ยง จดจันเจียง แซ่ไว้ ห้าสิบสอง เหล็กลองไหลดั้น ข่ามคงกระพัน มากนักถ้วน เจ็ดสิบสอง เหล็กลองแข็งนัก ตำหนักมิ่งแก้ว มงคล..."

โดย ศรีวิไชย (โข้) กวีเชื้อสายเจ้าหลวงเมืองแพร่

           การได้ตับเหล็กเมืองลองมาไว้ในครอบครองนั้นก็เป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเหล็กจากบ่อเหล็กลองของจริงหรือไม่ เว้นแต่ได้มาจากบ่อเหล็กโดยตรง การเปิดบ่อเหล็กนั้นจะทำในเดือน 3 ออก 3 ค่ำ ซึ่งจะมีการเลี้ยงผีบ่อเหล็ก และการขุดหาแร่เหล็ก ซึ่งหากโชคดีก็จะเจอตับเหล็ก และนอกเหนือจากวันเลี้ยงผีบ่อเหล็กก็จะไม่มีใครเข้าไปยุ่มย่ามบริเวณแถบบ่อเหล็กอีกเลย

 

พิธีเลี้ยงผีบ่อเหล็ก

 

           นอกจากตับเหล็กที่มีความขลังทางด้านคงกระพันแล้ว ยังกล่าวกันว่าอาวุธที่ตีจากแร่เหล็กเมืองลองนี้หากได้ลิ้มรสเลือดของฝ่ายตรงข้ามแล้วจะทำให้บาดแผลไม่ยอมปิดทำให้เลือดไหลจากแผลไม่หยุดอีกด้วย

           นอกจากนี้แค่มีอาวุธที่ตีจากเหล็กเมืองลองนี้ไว้ติดบ้านเรือนก็อุ่นใจเรื่องขโมยขโจรไปได้เลย รับประกันว่าไม่มีใครกล้าย่องมาขึ้นเรือน แม้แต่ผีก็ยังไม่กล้าเข้าใกล้

           ด้วยความที่บ้านนาตุ้ม เป็นแหล่งโลหกรรม มีบ่อเหล็กเมืองเมืองลองที่เป็นเหล็กชั้นดี มีการสืบทอดความรู้ภูมิปัญญาในการตีเหล็กของช่างเหล็กที่มีความเชี่ยวชาญมานาน ซึ่งทำให้เป็นแหล่งผลิตอาวุธชั้นดีในล้านนามากมาย อาจารย์ภูเดช ในฐานะอนุชนลูกหลานบ้านนาตุ้มจึงได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนบ้านนาตุ้ม ต.บ่อเหล็กลอง อ.ลอง จ.แพร่ ให้ความรู้คนในชุมชน และคนจากที่อื่น ๆ ในชื่อว่า “หอศาสตราแสนเมืองฮอม”

           หอศาสตราแสนเมืองฮอม มีโบราณวัตถุอันเกี่ยวกับการโลหกรรมทั้งในบริเวณบ่อเหล็กลอง และภายนอกพื้นที่ นอกจากนี้หอศาสตราฯ ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้อาวุธโบราณล้านนา และศิลปะต่อสู้ป้องกันตัวของชาติพันธุ์ไทอีกด้วย โดยภายในหอศาสตราฯ มีโบราณวัตถุทั้งหมดกว่าสองพันชิ้น สามารถแบ่งได้ 13 หมวด ได้แก่ 1)ศาสตราวุธและยุทธภัณฑ์ 2)โลหะกรรม 3)ข้าวของเครื่องใช้ 4)ศาสนาและความเชื่อ 5)เอกสารโบราณ 6)เครื่องยศ 7)ชิ้นส่วนจากพืชและสัตว์ 8)ยาและการแพทย์ 9)เงินตรา 10)เครื่องใช้สัตว์ 11)เครื่องดนตรี 12)ผ้า 13)อื่น ๆ

 

ภายในหอศาสตราแสนเมืองฮอม

 

           โบราณวัตถุในหอศาสตรากว่าสองพันชิ้น อาจารย์ภูเดช และทีมงานได้จัดทำข้อมูลของวัตถุไว้ทุกชิ้นครบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนบ้านนาตุ้ม บ่อเหล็กลอง แผนที่เดินดินของชุมชนที่ครอบคลุมพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และความเชื่อ ข้อมูลประเพณีพิธีกรรมของชุมชนในแต่ละเดือน โดยเฉพาะพิธีกรรมการเลี้ยงผีบ่อเหล็กเมืองลองซึ่งหายากและเริ่มจะสูญหายไปบ้างแล้ว ข้อมูลการฟื้นฟูศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของกลุ่มชาติพันธุ์ไท ฯลฯ

           ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีความน่าสนใจทั้งในการศึกษาเพื่อต่อยอดองค์ความรู้ การสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม การอนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม ฯลฯ โดยการทำงานร่วมกับคนในชุมชน เป็นการเก็บข้อมูลชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชนอย่างแท้จริง

           เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ จะนำเข้าสู่ระบบคลังข้อมูลชุมชนออนไลน์ ที่จัดทำขึ้นเพื่อให้ชุมชนนำข้อมูลที่ได้จาการสำรวจ เรียบเรียงเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อเก็บรักษาข้อมูลทางดิจิทัล และเผยแพร่ แบ่งปัน ข้อมูลให้กับผู้อื่นที่มีความประสงค์จะนำข้อมูลไปใช้ในแง่มุมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์โภชผลอันดีงามต่อไป

 

ผู้สร้าง: ดอกรัก พยัคศรี

เรื่องเล่าชุมชน

หมวดหมู่