คลังข้อมูลชุมชน : ผลลัพธ์ที่มากกว่าข้อมูล | คลังข้อมูลชุมชน

หากเป้าหมายของโครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล คือการสนับสนุนให้ชุมชนเก็บข้อมูล จัดการ และจัดเก็บอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพทั้งในเชิงเนื้อหาและไฟล์ดิจิทัล เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้สามารถค้นคืน นำกลับมาใช้ใหม่ และแบ่งปันกับสาธารณะได้อย่างยั่งยืน ก็นับว่าปีที่ผ่านมาแต่ละชุมชนบรรลุวัตถุประสงค์นี้อย่างสวยงาม ทั้งนี้ ถ้ามองให้ลึกลงไปอีก เราจะพบว่าชุมชนได้รับสิ่งที่มากกว่าข้อมูล และเลือกที่จะดำเนินโครงการต่อไปในปีที่สอง บทความนี้จึงขอนำการทำงานของห้าชุมชน จากโครงการคลังข้อมูลชุมชนรุ่นที่ 1 มาบอกเล่าและสะท้อนว่าพวกเขาได้อะไรบ้างตลอดช่วงเวลาการทำงานที่ผ่านมา


การเก็บข้อมูล “โครงการจัดการข้อมูลประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม เมืองเชียงแสน”


รื้อฟื้น ส่งต่อ มรดกทางวัฒนธรรม            

โครงการฟื้นฟู อนุรักษ์ มารู้จักทะแยมอญ ถือกำเนิดขึ้นเพื่อให้เยาวชนและชาวบ้านในตำบลเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ได้รู้จักและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงทะแยมอญที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ทั้งภาษา บทร้อง เครื่องดนตรี นักแสดง เป็นต้น            

เทียนฤทัย ทองใบอ่อน และปวีณ สาแหรกทอง ครูโรงเรียนวัดเจ็ดริ้วและทีมงานของโครงการฯ มองว่าการแสดงทะแยมอญในปัจจุบันอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญหาย เพราะในชุมชนเหลือนักแสดงและนักดนตรีอยู่น้อยมาก ในเบื้องต้นจึงอยากฝึกการแสดงให้เด็กรุ่นใหม่เพื่อให้พวกเขาและชาวบ้านได้รู้ว่าการแสดงลักษณะนี้ยังคงมีอยู่ นอกจากการเก็บข้อมูลการแสดงทะแยมอญแล้ว การมีโอกาสได้ใช้เครื่องมือเก็บข้อมูลทางมานุษยวิทยา หรือ ชุมชน อย่างแผนที่เดินดินและปฏิทินชุมชน ยังได้ขยายองค์ความรู้ที่มีต่อชุมชนของตน จนได้ประวัติความเป็นมาและจุดเด่นอื่นๆ ของชุมชนเพิ่มขึ้น  ในด้านการจัดทำข้อมูลโครงการฯ นั้นค่อนข้างยาก เพราะแหล่งข้อมูลที่เป็นบุคคลต่างก็มีชุดความทรงจำไม่เหมือนกัน แต่ก็มีข้อดีคือการได้ใช้ภาษามอญในการสื่อสารกับเหล่าผู้อาวุโสในชุมชน ทำให้ทีมงานได้รื้อฟื้นภาษามอญของตนเองไป

           โครงการฟื้นฟู อนุรักษ์ มารู้จักทะแยมอญ              


ณ บ้านดอยล้าน ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดทำโครงการศึกษานิทานและตำนานพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู เพื่อรื้อฟื้นและอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบนิทานพื้นบ้านที่สะท้อนมโนทัศน์ ความเชื่อ พิธีกรรม ปรากฏการณ์ทางสังคม และวิถีชีวิตของชาวลีซู

โครงการศึกษานิทานและตำนานพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู


อะมีมะ แซ่จู หัวหน้าโครงการฯ กล่าวถึงการทำงานในปีแรกว่านอกจากการเก็บข้อมูลนิทานจากคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในชุมชนแล้ว การลงพื้นที่เก็บข้อมูลชุมชนทำให้ทีมงานได้เห็นลักษณะการตั้งถิ่นฐานของชุมชนได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องของประชากรที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของที่ดินทำกิน ระหว่างการเดินสำรวจยังได้ทำความรู้จักกับผู้คนในหมู่บ้าน ได้รู้จักจุดสำคัญต่างๆ ของหมู่บ้านที่ตนเองอาจจะไม่เคยได้สังเกตมาก่อน ผู้อาวุโสมีความเห็นว่านิทานและตำนานพื้นบ้านที่อยู่ในความทรงจำของผู้เฒ่าผู้แก่อาจสูญหายไปหากไม่ได้รับการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ทุกวันนี้เวลาหลานสาวขอให้เล่านิทานหรือตำนานต่างๆ ให้ฟังก่อนนอน ก็จะนึกถึงนิทานที่เพื่อนๆ ร่วมแบ่งปันกันระหว่างร่วมโครงการฯ         

ทั้งนี้ในปีที่ 2 ของการดำเนินงาน โครงการฯ ตั้งใจจะตีพิมพ์เผยแพร่นิทานสามภาษาคือ ไทย อังกฤษ และลีซู รวมทั้งจะจัดทำหนังสือนิทานสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา เพื่อให้โรงเรียนบ้านดอยล้านใช้เป็นสื่อในการเรียนรู้สังคมวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลีซูต่อไป


อาหารสานใจ            

ในการทำงานเพื่อสืบสานอนุรักษ์ข้อมูลชุมชน ใช่ว่าจะมีเพียงการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนเท่านั้น แต่ผู้อาวุโสสามารถมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ชุมชนไปยังคนรุ่นใหม่ได้เช่นกัน ซารีนา นุ่มจำนงค์ หัวหน้าโครงการอาหารสานใจ ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ มองว่าวัฒนธรรมมุสลิมในชุมชนสุ่มเสี่ยงต่อการสูญหายและไม่มีการสืบทอดต่อ โดยความสัมพันธ์ระหว่างผู้อาวุโสและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเป็นผู้สืบสานวัฒนธรรมชุมชนก็ไม่ได้ใกล้ชิดกันเท่าที่ควร ซารีนาจึงมีแนวคิดในการเชื่อมคนทั้งสองรุ่นเข้าด้วยกันโดยใช้อาหารเป็นสื่อ เริ่มต้นจากการให้เยาวชนในชุมชนเกือบ 100 คน มาศึกษาวิธีการทำ “หรุ่ม” ซึ่งในระหว่างนี้ พวกเขาจะได้สูตรอาหารควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ชุมชนด้านต่าง ๆ จากคำบอกเล่าของผู้แก่แม่เฒ่า ต่อมาจึงพัฒนาไปสู่การถ่ายวิดีโอลงโซเชียลมีเดีย จนทำให้มีเยาวชนทั้งภายในและภายนอกชุมชนสนใจโครงการฯ มากขึ้น ตลอดจนการทำอาหารชนิดอื่นที่ไม่ใช่หรุ่มชิ้นเล็กๆ แต่เป็นอาหารที่ต้องใช้แรงกายและแรงใจในการทำเป็นพิเศษจากคนในชุมชน เช่น การกวนข้าวอาซูรอ ที่ใช้เวลา ทำ 5-8 ชั่วโมง นำไปสู่กิจกรรมวันเดย์ฟู้ดที่จัดอย่างต่อเนื่องเพื่อสาธิตและจำหน่ายอาหาร            

ทุกวันนี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในชุมชนมัสยิดบางอ้อ เริ่มพูดคุยทักทาย มีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น มีการไปมาหาสู่กันและแสดงความห่วงใยระหว่างคนต่างวัยมากกว่าแต่ก่อน ถือเป็นความสำเร็จหนึ่งของโครงการอาหารสานใจโดยแท้จริง


โครงการอาหารสานใจ ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ


หลากประสบการณ์ หนึ่งเป้าหมาย            

ประโยชน์ของการจัดทำฐานข้อมูลชุมชน นอกจากเราจะได้บันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้ในสื่อต่างๆ ตลอดจนต่อยอดไปสู่การพัฒนาในเชิงท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ในกระบวนการทำงานยังเป็นการเปิดพื้นที่เพื่อเชื่อมผู้คนต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างประสบการณ์เข้าด้วยกัน เช่นโครงการจัดการข้อมูลชุมชนและบูรณาการความรู้ชุมชนกันตัง ของชุมชนตลาดใต้ เทศบาลเมืองกันตัง  อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และ โครงการจัดการข้อมูลประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมเมืองเชียงแสน  อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย            

โครงการจัดการข้อมูลชุมชนและบูรณาการความรู้ชุมชนกันตัง มีเป้าหมายที่ต้องการเก็บสำรวจข้อมูลชุมชนจากเอกสารเก่า ภาพถ่ายเก่า และการบอกเล่า ตลอดจนจัดทำและจัดการข้อมูลวัดและวัตถุจัดเก็บในพิพิธภัณฑ์วัดตรังคภูมิพุทธาวาส อันเป็นวัดสำคัญประจำชุมชน เนื่องจากคณะทำงานมาจากหลายภาคส่วน ทั้งชาวบ้านในชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ผู้นำทางศาสนา นักศึกษา เป็นต้น โดยมีนักศึกษาจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้อบรมเครื่องมือการเก็บข้อมูล เช่น การทำผังเครือญาติ แผนที่เดินดิน และประวัติศาสตร์ชุมชน ให้กับนักเรียนในชุมชนเพื่อนำไปศึกษาความเป็นมาของตระกูลและชุมชน จากนั้นนำข้อมูลที่ได้จากการลงภาคสนามมาประชุมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทุกภาคส่วนในชุมชน ด้านโครงการจัดการข้อมูลประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม เมืองเชียงแสน มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียบเรียงข้อมูลที่มีในท้องถิ่น ทั้งจากคำบอกเล่า บันทึก และภาพถ่าย เพื่อนำไปสู่การต่อยอดใช้ประโยชน์ด้าน  ต่างๆ ในอนาคต โดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจของคนต่างวัยที่มีทักษะหลากหลายมาช่วยกันขับเคลื่อนโครงการกลุ่มเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เติบโตในยุคเทคโนโลยีดิจิทัลจะทำหน้าที่เก็บ บันทึกข้อมูลชุมชนจากผู้ใหญ่และผู้อาวุโสของชุมชนด้วยสื่อที่ทันสมัย และจัดการข้อมูลตามแบบฟอร์ม ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่จะทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูล แบ่งปันองค์ความรู้และอบรมการเก็บข้อมูลภาคสนามให้เด็กๆ  ช่วยคัดเลือกและตรวจสอบข้อมูล เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มผู้อาวุโสจะเป็นผู้ช่วยทบทวนข้อมูลต่างๆ อีกชั้นหนึ่งผ่านนิทรรศการภาพถ่ายเก่า 

ทั้งสองโครงการนี้จึงแสดงให้เห็นการทำงานที่สอดประสานกันอย่างลงตัวของคนสามกลุ่มวัยเพื่อเป้าหมายเดียวกัน  


ผลลัพธ์ที่มากกว่าข้อมูลชุมชน            

ตลอดหนึ่งปีแห่งการดำเนินงาน แต่ละโครงการต่างพึงพอใจในผลลัพธ์ของจุดมุ่งหมายหลักที่ตนวางไว้คือการได้มาซึ่งข้อมูลของชุมชนอันจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในมิติอื่นๆ ในอนาคต แต่ผลพลอยได้ที่พ่วงมากับการทำงาน คือ การได้รู้จักและเข้าใจชุมชนมากขึ้น รู้จักตัวตนมากขึ้น เห็นคุณค่าของชุมชนในด้านอื่นๆ มองเห็นความเปลี่ยนแปลง รื้อฟื้นสิ่งที่กำลังจะสูญหายกลับมาอีกครั้งเพื่อส่งต่อคนรุ่นหลัง ฯลฯ            

นอกจากนี้ แต่ละโครงการยังเปิดพื้นที่ให้คนทุกเพศทุกวัย ต่างสาขาอาชีพ ได้มีโอกาสใช้ศักยภาพ ประสบการณ์ และทักษะความชำนาญที่แต่ละคนมี มาร่วมแบ่งปันและถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมงาน ก่อให้เกิดการเรียนรู้กระบวนการทำงานร่วมกัน เพื่อนำไปสู่วัตถุประสงค์ของโครงการที่ตั้งไว้ ตลอดจนก่อกำเนิดมิตรภาพใหม่ๆ ผ่านการพูดคุย ทำกิจกรรม ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาความตึงเครียดที่เคยเกิดขึ้นในชุมชน            

จากตัวอย่างทั้งห้าชุมชนที่กล่าวมา คงเป็นเพียงข้อสังเกตส่วนหนึ่งที่ค้นพบจากการทำงานเพียงหนึ่งปี ทั้งนี้ หากชุมชนดำเนินงานต่อเนื่องในระยะยาว เราคงจะได้เห็นผลลัพธ์จากการทำงานในแง่มุมอื่น รวมถึงเห็นการนำข้อมูลที่สะสมไว้ไปต่อยอดใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนขึ้น  


แหล่งข้อมูล

สัมภาษณ์

ทียนฤทัย ทองใบอ่อน และปวีณ สาแหรกทอง คณะทำงานโครงการฟื้นฟู อนุรักษ์ มารู้จักทะแยมอญ ตำบลเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

อะมีมะ แซ่จู หัวหน้าโครงการศึกษานิทานและตำนานพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลีซู บ้านดอยล้าน ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ซารีนา นุ่มจำนงค์ หัวหน้าโครงการอาหารสานใจ แห่งชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

ปุญญิศา จิระศุภโชค นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะทำงานโครงการจัดการข้อมูลชุมชนและบูรณาการความรู้ชุมชนกันตัง ของชุมชนตลาดใต้ เทศบาลเมืองกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 


เอกสาร

รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการจัดการข้อมูลชุมชนและบูรณาการความรู้ชุมชนกันตัง ของชุมชนตลาดใต้ เทศบาลเมืองกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการจัดการข้อมูลประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม เมืองเชียงแสน อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย


ผู้เขียน: ธันวดี สุขประเสริฐ นักวิชาการ กลุ่มงานคลังข้อมูล ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ที่มา: https://www.sac.or.th/main/th/article/detail/120

วันที่เผยแพร่ : 29 พ.ค. 2563
วันที่แก้ไข : 9 มิ.ย. 2563