คลังข้อมูลชุมชน: “จุดเริ่มต้น” ของการ “จัดเก็บ-จัดการ-ใช้ประโยชน์” จากข้อมูลชุมชน | คลังข้อมูลชุมชน

"คลังข้อมูลชุมชน" เป็นเรื่องราวของชุดสะสม (collection) ของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หรืออาจต่างพื้นที่กัน ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล ในการรวบรวม จัดการและดูแลข้อมูล (data curation) ที่กลุ่มคนเหล่านี้มีความสนใจ (interest) มีความสัมพันธ์ (relationship) มีการกระทำระหว่างกัน (interaction) มีความรู้สึก (sense) หรือมีพื้นฐานชีวิต (pattern of life) ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ จัดเก็บ-จัดการและดูแล-ใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชนอย่างเหมาะสมและยั่งยืน


แผนที่เดินดิน


“โครงการพัฒนาคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล” ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ข้อ คือ            

1. แสวงหา-สร้าง-ประสาน-ทำงานร่วมกับเครือข่ายข้อมูล            

2. ศึกษา-พัฒนากระบวนการจัดการและดูแลข้อมูลชุมชน            

3. พัฒนา-เชื่อมโยงข้อมูลชุมชนผ่านระบบคลังข้อมูลชุมชน            

4. เสริมสร้างความเข้มแข็ง-ใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชน            

บทความนี้ เป็นการบอกเล่าถึงที่มาของโครงการคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล และกระบวนการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงนำเสนอตัวอย่างเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชนที่กำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำ ซึ่งจะพร้อมให้บริการได้ประมาณเดือนตุลาคม 2563


นิยาม ขอบเขต และเป้าหมาย            

เมื่อเริ่มวางแผนดำเนินโครงการ คณะทำงานมีข้อถกเถียงว่า “ข้อมูลประเภทใดบ้างที่ควรจัดเก็บเข้าสู่คลังข้อมูลชุมชน ข้อมูลที่เก็บมาแล้วจะมีวิธีจัดการและดูแลอย่างไร ชุมชนใดบ้างเป็นกลุ่มเป้าหมายสำหรับการร่วมงาน” หรือแม้แต่คำถามที่เรียบง่ายแต่กลับท้าทายคณะทำงานว่า “จะกำหนดนิยามและขอบเขตของคลังข้อมูลชุมชนอย่างไร” สุดท้ายแล้ว ภายใต้การผสมผสานแนวคิดหลายรูปแบบ (1)  และประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนของศูนย์ฯ  รวมทั้งคำนึงถึงความยืดหยุ่นในการทำงานที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนเป็นหลัก คณะทำงานเลือกที่จะกำหนดนิยามและขอบเขตของคลังข้อมูลชุมชนไว้ว่าเป็น “เรื่องราวของชุดสะสม (collection) ของกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน หรืออาจต่างพื้นที่กัน ซึ่งเกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่ายและผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล ในการรวบรวม จัดการและดูแลข้อมูล (data curation) ที่กลุ่มคนเหล่านี้มีความสนใจ (interest) มีความสัมพันธ์ (relationship) มีการกระทำระหว่างกัน (interaction) มีความรู้สึก (sense) หรือมีพื้นฐานชีวิต (pattern of life) ร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ ‘จัดเก็บ-จัดการและดูแล-ใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชนอย่างเหมาะสมและยั่งยืน’”            

ด้วยเหตุนี้ ชุมชนจึงมีอิสระในการเลือกข้อมูลที่จะจัดเก็บ และนำเสนอสู่สาธารณะได้ด้วยตนเอง ภายใต้การดูแลและสนับสนุนของศูนย์ฯ ในฐานะ “พี่เลี้ยง” ที่ช่วยถ่ายทอดความรู้ในการจัดเก็บ จัดการและดูแลข้อมูล และออกแบบระบบบริหารจัดการข้อมูลชุมชนที่ได้มา เพื่อเก็บรักษาและนำเสนอผ่านเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน รวมถึงสนับสนุนให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่จัดเก็บมาตามความต้องการของชุมชนอย่างเหมาะสม


“วงจรชีวิตข้อมูลชุมชน” เครื่องมือในการจัดการข้อมูลชุมชน            

“วงจรชีวิตข้อมูลชุมชน” ออกแบบเพื่อให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการใช้เป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินงานร่วมกัน การดำเนินงานไปเป็นอย่างมีแบบแผน และมีเป้าหมายในแต่ละขั้นตอน เป็นการสร้างภาพจำลองการไหลเวียนของข้อมูลชุมชนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด พร้อมกับแนะนำแนวทางการจัดการและดูแลรักษาข้อมูลที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้ข้อมูลชุมชนที่เกิดขึ้นสามารถเข้าถึง ใช้ และใช้ซ้ำได้อย่างยั่งยืน รวมถึงนำเสนอบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในแต่ขั้นตอน และผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละระดับ ทั้งนี้ วงจรชีวิตข้อมูลชุมชนสามารถแบ่งได้เป็นสามส่วน ดังนี้


วงจรชีวิตข้อมูลชุมชน

ส่วนแรก พื้นที่สี่เหลี่ยมด้านนอก หมายถึง “กลไกในการขับเคลื่อน” เพื่อให้เกิดการดูแลและรักษาข้อมูลตามวงจรชีวิต ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ            

1. ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อมูลที่ชุมชนมีแผนจะจัดเก็บ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งข้อมูลที่ได้รับการบันทึกไว้แล้วในวัสดุที่จับต้องได้ (ภาพถ่าย สมุด ใบลาน ฯลฯ) และจับต้องมิได้ (ไฟล์ภาพนิ่ง ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว ฯลฯ) หรือเรื่องเล่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (ประวัติศาสตร์บอกเล่า) ซึ่งยังมิได้รับการบันทึกไว้            

2. การจัดการและดูแลรักษา (Curation) หมายถึง กิจกรรมการจัดการและดูแลรักษาข้อมูลตามวงชีวิตข้อมูลชุมชนที่จะเกิดขึ้น           

3. เครือข่าย (Network) หมายถึง ผู้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมจัดทำคลังข้อมูลชุมชน เช่น ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ศมส.) สถาบันการศึกษา หน่วยงานในพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เข้าร่วมกิจกรรม องค์การบริหารส่วนตำบล วัฒนธรรมจังหวัด            

4. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูล (Stakeholders) หมายถึง ผู้ให้ข้อมูล เจ้าของข้อมูล ทายาทเจ้าของข้อมูล ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อมูลที่ชุมชนมีแผนกำลังจะจัดเก็บ สามารถเป็นได้ทั้งบุคคลภายในและภายนอกชุมชน 

ส่วนที่สอง วงกลม 5 วงที่ร้อยเรียงกัน หมายถึง “กิจกรรมดูแลและรักษาข้อมูล” เพื่อให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นสามารถเข้าถึง-ใช้-ใช้ซ้ำได้อย่างยั่งยืน ประกอบไปด้วย 5 กิจกรรม ดังนี้            

1. การวางแผนก่อนเริ่มโครงการ (Planning)  เพื่อวางแผนการทำงานเบื้องต้นทั้งหมดก่อนเริ่มโครงการ โดยพิจารณาในแง่ของยุทธศาสตร์ และขั้นตอนการดำเนินงานที่ควรมี เพื่อให้โครงการบรรลุตามเป้าหมายวางไว้  โดยอาศัยขั้นตอนการจัดการและดูแลวงจรชีวิตข้อมูลชุมชน เป็นเงื่อนไขในการวางแผนการทำงาน และกำหนดมาตรฐานต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการ            

2. วิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูล (Getting)  เพื่อกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการได้มาซึ่งข้อมูล โดยมีเนื้อหาครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิทธิ์ในข้อมูล ทั้งในเชิงกฎหมายและจริยธรรม การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการสร้างและบันทึกข้อมูล และการกำหนดโครงสร้างและวิธีการใช้งานข้อมูลให้สอดคล้องไปกับวงจรชีวิตข้อมูล 

3. การคัดเลือก การจัดทำรายการ และตรวจสอบข้อมูลที่ได้มา (Appraise, Cataloging, and Checking)  กิจกรรมสำคัญที่ควรเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ คือ “การพัฒนาหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกข้อมูลที่จะนำเข้าคลังเก็บข้อมูลชุมชน” จากนั้น จึงเป็นการจัดทำรายการข้อมูลและตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล ทั้งในเชิงเนื้อหาและคุณภาพของไฟล์ข้อมูล ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการนำเข้าและอธิบายในลำดับต่อไป           

4. การนำเข้าและอธิบายข้อมูลในระบบ (Ingesting and Describing)  เพื่อนำเข้าข้อมูลชุมชนที่ได้รับการประเมินและคัดเลือกแล้วเข้าสู่คลังเก็บข้อมูลชุมชน (Community Drive-CD) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บและสงวนรักษาข้อมูลในระยะยาว จากนั้น จึงเป็นการสังเคราะห์และสร้างชุดข้อมูล (data set) ในระบบบริหารจัดการข้อมูลชุมชน (Content Management System-CMS) พร้อมทั้งให้คำอธิบายตามโครงสร้างที่กำหนดไว้  โดยศูนย์ฯ จะเป็นผู้อบรมวิธีการใช้งานระบบคลังข้อมูลชุมชนให้กับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ            

5. การแบ่งปัน (Sharing) ข้อมูลในรูปแบบต่างๆ กับกลุ่มเป้าหมายและผู้ที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนสุดท้ายของการจัดการและดูแลวงจรชีวิตข้อมูลชุมชน คือ การกำหนดรูปแบบการเข้าถึง ใช้งาน และนำข้อมูลกลับไปใช้ใหม่ให้ผู้ใช้บริการรับทราบ ทั้งในเชิงกฎหมายและจริยธรรม รวมถึงแสวงหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุดนี้อย่างเหมาะสมร่วมกันกับชุมชนและผู้เกี่ยวข้องกับข้อมูล            

ส่วนที่สาม วงกลมสองวงที่ซ้อนกัน หมายถึง “ข้อมูลชุมชน” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ            

1. ข้อมูลทั่วไป หมายถึง ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือศึกษาข้อมูลชุมชน คือ แผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติศาสตร์ชุมชน หรืออาจเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการอื่นๆ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการทำงานของแต่ละชุมชน            

2. ข้อมูลเฉพาะ หรือองค์ความรู้ท้องถิ่น หมายถึง ข้อมูลที่ชุมชนได้คัดเลือกและสังเคราะห์ขึ้นมาแล้วว่า “ข้อมูลชุดนี้มีความสำคัญต่อชุมชน และสามารถสื่อให้เห็นถึงอัตลักษณ์ หรือวิถีชีวิตชุมชนของตนได้” ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ เช่น โบราณวัตถุ เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรืออาจเป็นเรื่องเล่ามุขปาฐะของชุมชน ความทรงจำส่วนบุคคล เช่น วิธีการผลิตและใช้งานเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน คติในการแต่งกายของกลุ่มชาติพันธุ์ เครื่องมือจับปลาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเฉพาะพื้นที่ ประเพณีหรือพิธีกรรมที่จัดขึ้นภายใต้ความเชื่อที่เป็นลักษณะเฉพาะกลุ่ม


2 ปี 2 รุ่น 24 ชุมชน            

ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา (2561-2562) มีชุมชนสนใจเข้าร่วมโครงการคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล 24 ชุมชน แต่ละชุมชนต่างมีความสนใจที่จะจัดเก็บ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลชุมชนของตนเองในประเด็นที่แตกต่างกันออกไป เช่น วัตถุทางวัฒนธรรม ภาพถ่ายเก่า อาหารประจำชุมชน การแสดงทางวัฒนธรรม  ตำนานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับชุมชน ประเพณีและพิธีกรรม อย่างไรก็ดี เพื่อให้แต่ละชุมชนมีความรู้ และเครื่องมือในการเก็บและจัดการข้อมูลชุมชนที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “พื้นฐานการจัดการข้อมูลชุมชน” เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำความรู้และทักษะไปดำเนินการเก็บและจัดการข้อมูลชุมชนของตนเอง เนื้อหาสำคัญของการฝึกอบรม 4 ส่วน ดังนี้            

1. ภาคทฤษฎี - เพื่ออธิบายแนวคิดและขอบเขตของคลังข้อมูลชุมชน            

2. ภาคปฏิบัติ 1 (ในห้องเรียน) – เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องการเก็บและจัดการข้อมูลชุมชน ผ่านกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม คือ ทดลองจัดกลุ่มของกินของใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ยา อุปกรณ์สำนักงาน ขนมและอาหารสำเร็จรูป ภาพถ่ายเก่า เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีพื้นฐานในการจัดหมวดหมู่สิ่งของ ฝึกทดลองทำแผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติชุมชนจากความทรงจำ 

3. ภาคปฏิบัติ 2 (ลงพื้นที่ภาคสนาม) เพื่อเก็บข้อมูลลักษณะทางกายภาพของชุมชน และสัมภาษณ์ผู้อาวุโสของชุมชน พร้อมกับนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำแผนที่เดินดิน ปฏิทินชุมชน และประวัติชุมชน            

4. การเขียนรายงาน - เพื่ออธิบายแนวทางการเขียนรายงานสรุปผลโครงการที่ชุมชนจะต้องส่งให้ศูนย์ฯ



ระบบคลังข้อมูลชุมชน           

โครงการคลังข้อมูลชุมชนฯ มิได้มีจุดมุ่งหมายเพียงแค่การเก็บข้อมูลชุมชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการและดูแลรักษาข้อมูลที่ได้มาด้วย เพื่อให้เข้าถึง ใช้ และใช้ซ้ำข้อมูลได้อย่างยั่งยืน โดยมีระบบคลังข้อมูลชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการสงวนรักษาและเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ เครื่องมือชิ้นนี้ถูกออกแบบขึ้นให้สอดคล้องกับวงจรชีวิตข้อมูลชุมชนที่เกิดขึ้นมีขั้นตอนการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการจัดการและดูแลรักษาข้อมูลเพื่อนำเข้าระบบคลังข้อมูลชุมชน


1. การจัดทำรายการข้อมูล – เพื่อจัดกลุ่มข้อมูลเบื้องต้นตามประเด็นการเก็บข้อมูลของชุมชนก่อนนำเข้าระบบ            

2. คลังเก็บข้อมูลชุมชน – เพื่อนำเข้าข้อมูลชุมชนที่ได้รับการประเมินและคัดเลือกแล้วว่าจะเก็บรักษาระยะยาวเข้าสู่ระบบ ออกแบบให้มีลักษณะการทำงานคล้ายกับระบบ One Drive โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชุมชนมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างถาวร ด้วยการสร้างแฟ้ม (folder) ตั้งชื่อแฟ้ม และนำเข้าข้อมูลได้ด้วยตนเอง พร้อมกับให้คำอธิบายรายละเอียดข้อมูลเบื้องต้น เช่น ชื่อเรื่อง ผู้สร้างสรรค์ คำอธิบาย          

3. ระบบบริหารจัดการเนื้อหาข้อมูลชุมชน – เพื่อสร้างระเบียนข้อมูล (record) ด้วยการเลือกไฟล์ประกอบจากระบบคลังเก็บข้อมูลชุมชน ใน 1 ระเบียนข้อมูล ชุมชนสามารถแนบได้ทั้งไฟล์ภาพนิ่ง ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว ไฟล์เสียง หรือไฟล์เอกสาร จากนั้น จึงเป็นการให้คำอธิบายระเบียนข้อมูลที่ดัดแปลงจากชุดมาตรฐานการให้รายละเอียดข้อมูล Dublin Core Metadataที่ได้มีการดัดแปลงและเพิ่มส่วนขยาย (qualified) ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและบริบทข้อมูลของสังคมไทย (2)           

4. เว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน (Website) - เพื่อเผยแพร่ข้อมูลชุมชนผ่านระบบ www เว็บไซต์นี้มีลักษณะเป็นเหมือนเว็บท่า (portal) ที่รวมชุมชนย่อยต่างๆ (micro site) เข้าไว้ด้วยกันภายใต้ชื่อ “คลังข้อมูลชุมชน” โดยที่แต่ละชุมชนจะมีหน้าเว็บเพจและมีสิทธิ์ในการบริหารจัดการข้อมูลภายในชุมชนตนเองได้อย่างอิสระ สามารถเลือกที่จะซ่อน หรือนำเสนอข้อมูลได้ตามความต้องการของชุมชน โดยมีศูนย์ฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบในภาพรวม (Super admin) ทั้งนี้ เว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชนมีวิธีการเข้าถึง และสืบค้นข้อมูลผ่านทางชื่อชุมชน (3)  รูปแบบข้อมูล (4)  และหมวดของข้อมูล (5)


ตัวอย่างเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน ซึ่งจะพร้อมให้บริการประมาณเดือนตุลาคม 2563


แม้ว่าศูนย์ฯ จะได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมพื้นฐานการจัดการข้อมูลให้กับชุมชนไปแล้วถึง 24 ชุมชน แต่เมื่อพิจารณาจากจำนวนชุมชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ ปัญหาการสูญหายของข้อมูลตามกาลเวลา ซึ่งอาจจะเกิดจากการเสียชีวิตของผู้ให้ข้อมูล การเสื่อมสภาพของวัสดุที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล หรือปัญหาการช่วงชิงภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากบุคคลภายนอกที่หลายชุมชนกำลังเผชิญอยู่ จึงยังถือว่าการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากวงจรชีวิตข้อมูลชุมชน การดำเนินงานของโครงการฯ ยังดำเนินการไปได้เพียง 4 จาก 5 ขั้นตอนเท่านั้น โดยยังขาดขั้นตอนสำคัญ คือ “การแบ่งปัน” ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางที่ศูนย์ฯ คาดหวังให้เกิดขึ้น เพื่อให้ชุมชนสามารถยืนหยัด และใช้ประโยชน์จากสมบัติทางวัฒนธรรมของพวกเขาได้อย่างยั่งยืน            

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเดือนสิงหาคม 2563  ศูนย์ฯ จึงมีแผนที่จะจัดกิจกรรม “รวมรุ่น” ระหว่างชุมชนรุ่นที่ 1 และ 2  เพื่อเปิดโอกาสชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้แบ่งปันข้อมูลและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่พวกเขาได้รวบรวมและจัดการมาแล้วแก่บุคคลทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสวนากึ่งวิชาการเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้ง 24 ชุมชน ได้มีโอกาสพูดคุยและแลกเปลี่ยนปัญหาที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน พร้อมกับถอดบทเรียนจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมา เพื่อนำข้อคิดเห็นที่ได้ไปปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าได้จาก “Facebook: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร – SAC”  และสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)


บรรณานุกรม

Bastian, J. A., & Alexander, B. (2009). Community Archives: the Shaping of Memory. London: Facet Publishing. DCC. (n.d.).

DCC Curation Lifecycle Model. Retrieved January 20, 2020, from http://www.dcc.ac.uk/resources/curation-lifecycle-model Flinn, A. (2007, October). Community Histories, Community Archives: Some Opportunities and Challenges. Journal of the Society of Archivists, 28(2), 151-176.

Latimer, J. (2006, June 3). What is a community archive? Retrieved from Community Archives and Heritage Group: https://www.communityarchives.org.uk/content/about/what-is-a-community-archive

SHN. (n.d.). Digital Stewardship Curriculum Page. Retrieved January 12, 2020, from https://sustainableheritagenetwork.org/digital-stewardship-curriculum-page

โกมาตร จึงเสถียร์ทรัพย์, คณิศร เต็งรัง, ราตรี ปิ่นแก้ว, และ วรัญญา เพ็ชรคง. (2555). วิถีชุมชน เครื่องมือ 7 ชิ้น ที่ทำให้งานชุมชนง่าย ได้ผล และสนุก (พิมพ์ครั้งที่ 10). นนทบุรี: สำนักพิมพ์สุขศาลา.

ศมส. (2562). พื้นฐานการจัดการข้อมูลชุมชน. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน).


เชิงอรรถ

(1) แนวคิดสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการร่างแผนการดำเนินงานโครงการคลังข้อมูลชุมชนและเครือข่ายข้อมูล คือ 1) จดหมายเหตุชุมชน (Community archive) 2) การจัดการและดูแลรักษาข้อมูลตามวงจรชีวิต (Data curation life cycle model) 3) การบริหารจัดการข้อมูล (Digital Stewardship)   4) วิถีชุมชน เครื่องมือ 7 ชิ้น ที่ทำให้งานชุมชนง่าย ได้ผลสนุก 5) สิทธิทางวัฒนธรรม (Culture and rights); ดู รายละเอียดเพิ่มเติมจากบรรณานุกรม

(2) Dublin Core Metadata Element Set เป็นมาตรฐานการให้รายละเอียดทรัพยากรดิจิทัลที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับสากล ประกอบไปด้วยแกนข้อมูลหลัก (core elements) 15 แกน และส่วนขยาย (qualified) เช่น ชื่อเรื่อง (Title) คำอธิบาย (Description) ขอบเขต (Coverage) อย่างไรก็ดี ในส่วนของการออกแบบโครงสร้างข้อมูลของเว็บไซต์คลังข้อมูลชุมชน คณะทำงานได้ดัดแปลงและเพิ่มส่วนขยายอื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อความเหมาะสมในการอธิบายข้อมูลที่เกิดขึ้นในบริบทสังคมไทย และคำนึงถึงสิทธิในการเป็นเจ้าของของชุมชน เช่น ข้อกำหนดการใช้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม          (Traditional knowledge license) ชุดรายชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ (Informant set) ชุดเอกสารอ้างอิง (Reference set)

(3) เป็นการสืบค้นชุมชนผ่านทางแผนที่ 4 

(4) รูปแบบ คือ ภาพนิ่ง (Still image) ภาพเคลื่อนไหว (Moving image) เสียง (Sound) และเอกสาร (Document) 

(5) 7 หมวด คือ วัตถุทางวัฒนธรรม (Cultural material) ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Traditional Knowledges-TKs) การแสดงออกทางวัฒนธรรม (Traditional Cultural Expressions-TCEs) ประวัติศาสตร์ชุมชน (Community’s history) เหตุการณ์ (Event) สถานที่ (Place) และบุคคล (People)


ผู้เขียน: สิทธิศักดิ์ รุ่งเจริญสุขศรี นักวิชาการ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน)

ที่มา: https://www.sac.or.th/main/th/article/detail/118

วันที่เผยแพร่ : 22 พ.ค. 2563
วันที่แก้ไข : 9 มิ.ย. 2563